fbpx
แชร์บทความน่าสนใจได้ที่นี่
หน้าแรกGoogle Newsวิธีวางแผนแคมเปญดิสเพลย์บน Google Ads

วิธีวางแผนแคมเปญดิสเพลย์บน Google Ads

Author

Date

Category

แชร์บทความน่าสนใจได้ที่นี่

เครื่องมือวางแผนแคมเปญดิสเพลย์เหมาะสำหรับการใช้งานหากคุณเลือกที่จะแสดงโฆษณาในเครือข่ายดิสเพลย์ของ Google ในเครือข่ายดิสเพลย์ คุณสามารถกำหนดเป้าหมายโฆษณาแบบข้อความ แบบรูปภาพ วิดีโอ หรือสื่อสมบูรณ์ของคุณให้แสดงบนไซต์ หน้าเว็บ แอป หรือวิดีโอที่ต้องการทั่วทั้งเครือข่าย เครื่องมือวางแผนแคมเปญดิสเพลย์จะช่วยคุณในการวางแผนแคมเปญบนเครือข่ายดิสเพลย์โดยการแนะนำคีย์เวิร์ด ความสนใจ หัวข้อ ตำแหน่ง กลุ่มประชากร และรายการรีมาร์เก็ตติ้งที่จะกำหนดเป้าหมาย นอกจากแนวคิดทั้งหมดที่เครื่องมือนี้แนะนำ คุณจะเห็นการประมาณการค่าใช้จ่ายและการเข้าถึงซึ่งดูจากข้อมูลที่ผ่านมา มีขั้นตอนหลักห้าขั้นตอนในการวางแผนแคมเปญดิสเพลย์ ได้แก่

1. ระบุเป้าหมายของคุณ: เป้าหมายของคุณคือการเพิ่มการเข้าชมที่มีการตอบสนองโดยตรงและการสร้างคลิก หรือคือการโปรโมตแบรนด์และวัดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ การระบุเป้าหมายล่วงหน้าจะช่วยให้คุณวางแผนและใช้งานแคมเปญดิสเพลย์ได้ดียิ่งขึ้น เป้าหมายสูงสุดสำหรับแคมเปญของคุณจะเป็นตัวกำหนดตัวเลือกการกำหนดเป้าหมาย รูปแบบการกำหนดราคา การสร้างข้อความในโฆษณา หรือแม้แต่เมตริกที่คุณเลือกติดตาม

2. ค้นหาผู้ชมเป้าหมายของคุณ: การค้นหาผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าจากเว็บไซต์ของผู้เผยแพร่โฆษณาหลายพันเว็บไซต์เป็นเรื่องที่ยาก เทคโนโลยีการกำหนดเป้าหมายของ Google จะช่วยคุณในการตัดสินใจว่าไซต์ใดบ้างที่มีความเกี่ยวข้องกับแคมเปญของคุณมากที่สุด ซึ่งช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับลูกค้าได้ในเวลาและที่ที่เหมาะสม โฆษณาที่เกี่ยวข้องนั้นมีคุณค่ามากกว่าสำหรับทั้งผู้บริโภคและผู้ลงโฆษณา คุณสามารถค้นหาผู้ชมเป้าหมายสำหรับแคมเปญดิสเพลย์ได้โดย:

    • การกำหนดเป้าหมายโดยพิจารณาจากเนื้อหาของหน้าเว็บ: การกำหนดเป้าหมายตามบริบทใช้คำหลักในการจับคู่โฆษณาของคุณกับเนื้อหาของหน้าเว็บโดยอัตโนมัติ
    • การเลือกไซต์ด้วยตนเอง: ใช้การกำหนดเป้าหมายจากตำแหน่งในการเลือกตำแหน่งโฆษณา ตั้งแต่ทั้งเว็บไซต์ไปจนถึงจุดที่ต้องการบนหน้าเว็บที่เจาะจง
    • การกำหนดแนวคิดที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับไซต์ที่เลือก: ค้นหาผู้ชมเฉพาะกลุ่มด้วยชุดค่าผสมของการกำหนดเป้าหมายจากตำแหน่งและการกำหนดเป้าหมายตามบริบท
    • การค้นหาผู้ใช้ในหมวดหมู่ความสนใจที่เฉพาะเจาะจง: การโฆษณาตามความสนใจจะเข้าถึงผู้ใช้โดยพิจารณาจากประเภทของไซต์ที่พวกเขาเข้าชม
    • การเพิ่มประสิทธิภาพตามข้อมูลประชากร สถานที่ตั้ง และเวลา: การเสนอราคาตามข้อมูลประชากร การควบคุมเกี่ยวกับพื้นที่ทางภูมิศาสตร์และช่วงเวลาของวันช่วยให้คุณมุ่งเน้นการใช้จ่ายในได้ตามเกณฑ์ที่ต้องการ
    • การยกเว้นเนื้อหาและไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้อง: การควบคุมการกำหนดเป้าหมายขั้นสูงช่วยให้คุณสามารถควบคุมที่ที่โฆษณาจะแสดงได้อย่างสมบูรณ์
    • การจัดการความถี่ของการแสดงโฆษณา: การกำหนดความถี่สูงสุดช่วยให้คุณมุ่งเน้นการแสดงผลไปที่ผู้บริโภคที่สนใจมากกว่าได้

3. สร้างโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่กำหนดเองของคุณ: ใช้แกเลอรีโฆษณาของ Google ซึ่งก่อนหน้านี้เรียกว่าเครื่องช่วยสร้างโฆษณาแบบดิสเพลย์ ในการกำหนดค่าโฆษณาใหม่หรืออัปโหลดโฆษณาของคุณเอง ปรับแต่งข้อความของคุณเพื่อให้มีความเฉพาะเจาะจงสำหรับผลิตภัณฑ์และผู้ชม และเพื่อดึงดูดการตอบสนองของผู้ใช้ที่ต้องการ โดยแบ่งประเภทได้ตามนี้

    • โฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์กำลังเข้ามาแทนที่โฆษณาที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ซึ่งจะตั้งค่าเป็นประเภทโฆษณาเริ่มต้นสำหรับเครือข่ายดิสเพลย์ โฆษณาประเภทนี้จะใช้ได้กับแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์มาตรฐานและแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ หากต้องการสร้างโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ เพียงแค่อัปโหลดเนื้อหา (รูปภาพ บรรทัดแรก โลโก้ วิดีโอ และคำอธิบาย) และ Google จะสร้างโฆษณาเพื่อแสดงบนเครือข่ายดิสเพลย์ของ Google ให้โดยอัตโนมัติ
    • รีมาร์เก็ตติ้งแบบไดนามิกจะแสดงเนื้อหาที่ปรับให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย เนื้อหาดังกล่าวจะมาจากฟีดผลิตภัณฑ์ที่คุณควบคุมและแนบไว้กับแคมเปญ โฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ปรับให้พอดีกับพื้นที่โฆษณาขนาดใดก็ได้ ทั้งยังสร้างและแก้ไขได้อย่างง่ายดาย

    • โฆษณา Discovery ช่วยให้เข้าถึงผู้ที่พร้อมจะค้นพบและมีส่วนร่วมกับแบรนด์ รูปแบบการเสนอราคาอัตโนมัติและครีเอทีฟโฆษณาที่ดึงดูดสายตาจะช่วยให้คุณเข้าถึงผู้ใช้ได้ถึง 3 พันล้านคนใน Google โฆษณา Discovery จะแสดงโดยอัตโนมัติในหน้าแรกของ YouTube และฟีด “แนะนําให้รับชม”, Discover รวมถึงแท็บ “โปรโมชัน” และ “โซเชียล” ของ Gmail โดยใช้แคมเปญเดียว

4. กำหนดราคาเสนอและงบประมาณของคุณ: คุณจะจ่ายไม่เกินกว่ามูลค่าที่โฆษณาหนึ่งๆ มีต่อคุณ ในรูปแบบการกำหนดราคาเฉพาะนั้น โฆษณาทุกรายการคือการประมูล โดยคุณจะเสนอราคาเป็นจำนวนเงินสูงสุดที่ยินดีจ่ายสำหรับคลิกหรือการแสดงผลหนึ่งๆ การกำหนดราคาแบบราคาต่อหนึ่งคลิก (CPC) เหมาะที่สุดสำหรับผู้ลงโฆษณาที่ต้องการนำการเข้าชมไปยังเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ของตน การกำหนดราคาแบบราคาต่อการแสดงผลพันครั้ง (CPM) เหมาะสำหรับผู้ลงโฆษณาที่คุ้นเคยกับเมตริกอุตสาหกรรมโฆษณาแบบดั้งเดิม และต้องการให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า

กลยุทธ์เสนอราคาตามประเภทโฆษณาที่ต้องการโดยแบ่งตามนี้

      • ราคาเสนอเริ่มต้น: หากคุณไม่มีราคาเสนอที่กำหนดเองเมื่อโฆษณาปรากฏในตำแหน่งที่ตรงกับการกำหนดเป้าหมาย Google Ads จะใช้ราคาเสนอเริ่มต้นของกลุ่มโฆษณา
      • ราคาเสนอที่กำหนดเอง: หากคุณเปิดใช้ราคาเสนอที่กำหนดเองสำหรับวิธีการกำหนดเป้าหมายหนึ่งๆ เช่น หัวข้อ Google Ads จะใช้ราคาเสนอนั้นเมื่อโฆษณาแสดงในเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อดังกล่าว
      • การปรับราคาเสนอ: หากต้องการควบคุมเวลาและสถานที่ที่โฆษณาจะแสดงได้มากขึ้น โปรดตั้งค่าการปรับราคาเสนอที่ระดับแคมเปญและกลุ่มโฆษณา
  •  

5. ทำความเข้าใจเครื่องมือและคุณลักษณะการจัดการประสิทธิภาพ: Google Ads มีเครื่องมือและคุณลักษณะจำนวนมากที่จะช่วยคุณในการประเมินและจัดการประสิทธิภาพแคมเปญดิสเพลย์ของคุณ คุณควรทำความเข้าใจเครื่องมือเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าเพื่อให้สามารถใช้ได้อย่างสะดวกเมื่อถึงเวลา ตัวอย่างเช่น หากคุณมีเป้าหมายด้านการตลาดเป็นการตอบสนองโดยตรง คุณควรตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion หลังจากที่กำหนดราคาเสนอและงบประมาณแล้ว เพื่อให้สามารถวัดความสำเร็จในภายหลังได้ดีขึ้น เป็นต้น

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your name here
Please enter your comment!

Linda Barbara

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Vestibulum imperdiet massa at dignissim gravida. Vivamus vestibulum odio eget eros accumsan, ut dignissim sapien gravida. Vivamus eu sem vitae dui.

Recent posts

Recent comments