fbpx
แชร์บทความน่าสนใจได้ที่นี่
  • 3
    Shares
หน้าแรกบทความGoogle เผยผลวิจัยการซื้อรถของคนไทย ใช้การค้นหาจากเว็บไซต์แบรนด์มากขึ้น

Google เผยผลวิจัยการซื้อรถของคนไทย ใช้การค้นหาจากเว็บไซต์แบรนด์มากขึ้น

Author

Date

Category

แชร์บทความน่าสนใจได้ที่นี่
  • 3
    Shares

สำหรับในยุคสมัยนี้ถือว่าเป็นยุคทองของโลกสื่อดิจิทัลออนไลน์และการในใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมการซื้อสินค้าของคนไทยมีการเปลี่ยนแปลงไป โดยการใช้การค้นหาข้อมูลจากสื่อออนไลน์ ซึ่งสื่อออนไลน์ คือ แหล่งข้อมูลสำคัญที่ใช้ประกอบการตัดสินใจได้เร็วขึ้น รวมไปถึงการซื้อสินค้าอย่างรถยนต์ สื่อออนไลน์ก็เป็นตัวสำคัญและให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ยี่ห้อนั้นได้อย่างละเอียด ช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจเลือกสินค้าได้เป็นอย่างดี

Google ได้เผยผลสำรวจที่จัดทำขึ้นระหว่าง Google และ TNS เพื่อสำรวจพฤติกรรมการซื้อรถยนต์ของคนไทย ซึ่งเป็น online suvey ของผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ จำนวน 503 คนในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ผู้ที่สนใจการซื้อรถได้เข้าดูเว็บไซต์ของแบรนด์รถนั้นๆ มากขึ้น และใช้สื่อวิดีโอออนไลน์ทั้งจากแบรนด์และรีวิวของคนทั่วไปเป็นสื่อหลักที่ใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อด้วย

ทางด้านนายภูมิภัส ฉัตรแก้ว ผู้จัดการกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ Google ประเทศไทยได้ระบุว่า ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อรถยนต์ของคนไทย ปี 2018 สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ซึ่งแตกต่างจากผลวิจัย ปี 2017 คนไทยมีแบรนด์ในใจเพียงแค่ 3 แบรนด์ แต่ในปี 2018 พบว่า คนไทยมีแบรนด์ในใจถึง 4.7 แบรนด์

ผู้บริโภคถึง 90% จะเลือกซื้อจาก 5 แบรนด์หลัก หรือ ที่เป็น Top of mind ถ้าแบรนด์ไหนไม่อยู่ในแบรนด์หลัก ก็จะทำให้การขายยากขึ้น

และ 60% ของกลุ่มผู้บริโภคซื้อซ้ำ มักจะไม่เลือกแบรนด์เดิม และต้องการทดลองแบรนด์ใหม่ๆ ดังนั้นนักการตลาดต้องพยายามทำแคมเปญการตลาด ในการดึงคนกลุ่มนี้ให้มาเป็นลูกค้า เพราะถ้าหากลูกค้ามีการเปลี่ยนใจไปใช้แบรนด์อื่น  จะเพิ่มความยากที่จะดึงลูกค้ากลับมา และจะต้องใช้ต้นทุนที่แพงกว่า

Touch Point ที่ผู้บริโภคจะมีโอกาสได้รู้จักกับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์ ออฟไลน์ ซึ่งมีทั้งหมด 22 Touch Point เช่น ตัวแทนจำหน่ายศูนย์บริการ

Touch Point ในส่วนของออนไลน์

  • search engine 99% ยังคงเป็นอันดับหนึ่งที่เป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงข้อมูล
  • การดูวิดีโอออนไลน์ 96% ผู้บริโภคดูวิดีโอออนไลน์เป็นสื่อสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอโฆษณาหรือวิดีโอรีวิวจากคนทั่วไปที่ใช้สินค้านั้น
  • เว็บไซต์ของแบรนด์ 88% ถือว่ามีส่วนช่วยตัดสินใจอย่างมากในปี 2018 ซึ่งจากปี 2017 ที่คนเข้าไปดูหน้าเว็บไซต์แบรนด์เพียง 46% เท่านั้น ทาง Google ได้วิเคราะห์ว่าเป็นเพราะเว็บไซต์ของแบรนด์ทำข้อมูลได้ละเอียดและครอบคลุมมากขึ้น และใช้ระยะเวลาในการโหลดน้อยลง
  • สื่อโซเชียลมีเดีย 75%
  • สื่อการโฆษณา 64%
  • เว็บไซต์ดีลเลอร์ทั่วไป 53%

สรุปได้ว่า Touch Point ที่มีอิทธิพลต่อผู้ซื้อนอกจาก search ก็คือ สื่อวิดีโอออนไลน์ และเว็บไซต์ของแบรนด์ ดังนั้น การพัฒนาเว็บไซต์จึงมีความสำคัญมาก ทั้งการให้ข้อมูล และความเร็วในการโหลดข้อมูล

Google บอกเพิ่มเติมว่า มีแบรนด์รถยนต์ที่คนไทยพิจารณาจะซื้อ 4.7 แบรนด์ และหลังจากที่ได้ทำการค้นคว้าข้อมูลแล้ว ผู้ให้การสำรวจ 90% ก็ยังตัดสินใจซื้อรถใน 4.7 แบรนด์นี้ต่อไป

Google ได้แนะนำนักการตลาดของแบรนด์รถยนต์ว่า ควรให้แบรนด์ตัวเองเข้าไปอยู่ใน 4.7 แบรนด์นี้ให้ได้ อย่างไรก็ตาม Google มองว่าตัวเลข 4.7 แบรนด์เป็นข่าวดี เพราะผลการสำรวจในปี 2017 พบว่ามีแบรนด์ที่คนไทยสนใจเพียง 2.9 แบรนด์เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าคนไทยเปิดใจให้แบรนด์ใหม่ๆ มากขึ้น ทำให้แบรนด์รถยนต์มีโอกาสมากขึ้นในการสร้างความรู้จักให้กับผู้บริโภค

ดังนั้น การสื่อสารกับลูกค้าผ่านทางช่องทางต่างๆ แบบถูกที่ในเวลาที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการขายสินค้าต่างๆ ซึ่งสื่อออนไลน์ก็ถือว่าเป็นการสื่อสารได้ดีอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้แนะนำและเสนอบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้นด้วย

 

เพิ่มเพื่อน

 

 

Fanpage : INdigital การตลาดออนไลน์
เว็บไซต์ : www.indigital.co.th

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your name here
Please enter your comment!

Linda Barbara

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Vestibulum imperdiet massa at dignissim gravida. Vivamus vestibulum odio eget eros accumsan, ut dignissim sapien gravida. Vivamus eu sem vitae dui.

Recent posts

Recent comments